ครีมทาแผลเป็น การรักษาแผลเป็น ด้วยวิธีที่เหมาะกับคุณ

ครีมทาแผลเป็น การรักษาแผลเป็น ด้วยวิธีที่เหมาะกับคุณ ทุกวันนี้มีทางเลือกหลากหลายในการรักษาแผลเป็น ทั้งการผ่าตัด การฉีดยาประเภทคอร์ติโคสเตียรอยด์ การฉายรังสี การใช้เจลซิลิโคน การทายา หรือครีมบางชนิด หรือแม้กระทั้งละเลยให้แผลเป็นค่อยๆ ดีขึ้นเอง ซึ่งการผ่าตัดและการฉีดยานั้น ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ส่วนการปล่อยให้แผลเป็นหายเองนั้น อาจต้องใช้เวลามาก และแผลเป็นอาจดีขึ้นเพียงเล็กน้อยครีมทาแผลเป็น.

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99

ครีมทาแผลเป็นสำหรับวิธีที่สะดวก ง่าย ปลอดภัย และประหยัดที่สุดคือ การทาเจลที่มีส่วนประกอบของสารที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ ว่าสามารถดูแลแผลเป็นให้จางลงและผิวเรียบเนียนขึ้น เช่น MPS (Mucopolysaccharide polysulphate) และ Allium Cepa ซึ่งทำให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลงได้ และแลดูจางลงเรียบเนียนสม่ำเสมอ แต่ทั้งนี้ต้องหมั่นดูแลอย่างต่อเนื่อง เช่น ประมาณ 8 สัปดาห์สำหรรับแผลเป็นใหม่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพและประเภทของแผลเป็นนั้นด้วย

ชีวโมเลกุล 6 ชนิด สารสำคัญของการดูแลรอยแผลเป็น

เพราะแผลเป็นเกิดจากหลายสาเหตุ มีขั้นตอนที่ซับซ้อน และมีหลากหลายอาการ จึงต้องการการดูแลที่ครอบคลุมรอบด้านจากตัวยาหลายชนิด

• MPS (มิวโคโพลีซัคคาไรด์ โพลีซัลเฟต) เร่งการสมานแผล กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่อย่างสมดุล กระตุ้นให้ร่างกายสร้างกรดไฮยาลูรอนิคที่ทำให้เซลล์อุ้มน้ำได้ดีขึ้น แผลเป็นที่แข็งจึงนุ่มลง พร้อมกระตุ้นการไหลเวียนใต้ผิวหนัง เพื่อให้อ็อกซิเจนและสารอาหารเข้าฟื้นฟูผิวได้เต็มที่

• Allantoin (อะลันโทอิน) เร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพบรรเทาอาการคัน เพิ่มความชุ่มชื่น

• Aloe Vera (อะโลเวร่า) ตัวสมานแผลชั้นดีสำหรับแผลไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวกโดยเฉพาะครีมทาแผลเป็น

• Allium Cepa (อัลเลียม ซีปา) ลดการอักเสบรอยแดง รอยคล้ำ เร่งการสมานแผล และยับยั้งการก่อตัวของเนื้อเยื่อส่วนเกินนูน/คีลอยด์

• วิตามิน B3 ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอด้วยการยับยั้งการสร้างเม็ดสี

• วิตามิน E ลดการอักเสบด้วยฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ

การใช้สารชีวโมเลกุลทั้ง 6 ชนิด ในสัดส่วนที่เหมาะสมจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการดูแลแผลเป็นสูงขึ้น เมื่อคุณเข้าใจลักษณะของแผลเป็น และรู้จักสารประกอบที่จำเป็นในการลดเลือนรอยแผลเป็นแล้ว คุณสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลรอยแผลเป็นที่มีคุณภาพได้ด้วยตัวเอง

เพื่อการรักษาที่ได้ผลยิ่งขึ้น

1.แผลเป็นหลุม (Hypotrophic) เกิดจากเนื้อเยื่อผิวถูกทำลายลึกหลายชั้น และไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อทดแทนที่ชั้นผิวได้เต็มเหมือนเดิม

2.แผลนูนหนา (Hypertrophic) ความผิดปกติของการสร้างเนื้อเยื่อมากไปหรือน้อยกว่าปกติ แผลประเภทนี้จะเกิดในขอบเขตของรอยแผลเดิม ไม่นูนยื่นเหมือนแบบคีลอยด์ อาจมีอาการคันบ้างแต่น้อยกว่าคีลอยด์

3.คีลอยด์ (Keloid) การสร้างเนื้อเยื่อใหม่มีมากกว่าปกติและมีรอยแผลนูนหนาที่ลุกลามขยายขอบเขตจากแผลเดิมไปเรื่อยๆ เกิดจากเนื้อเยื่อผิวหนังงอกผิดปกติ ซึ่งเกิดได้กับแผลทุกขนาดและไม่สามารถหายเองได้ ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนเพื่อป้องกันการลุกลามครีมทาแผลเป็น

4.แผลเป็นจากการผ่าตัด (Surgery) นับเป็นรอยแผลที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่หากดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่แผลผ่าตัดปิดสนิทก็มีโอกาสลดเลือนรอยแผลเป็นได้

5.แผลเป็นจากสิว (Acne Marks) เกิดจากสิวอักเสบ และตกสะเก็ด ซึ่งหากสะเก็ดแผลหลุดเร็วเกินไป จะทำให้มีโอกาศเป็นแผลมากขึ้น และทิ้งรอยแดงหรือรอยดำ

ข้อควรใส่ใจ ก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนรอยแผลเป็น

เคล็ดไม่ลับเพื่อดูแลรักษารอยแผลเป็น คือ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ลดเลือนดูแลรอยแผลเป็น ซึ่งต้องพิจารณาคุณสมบัติของสารสำคัญ ว่าเป็นสารที่สามารถรักษาแผลเป็นและมีการศึกษาทดลอง ที่ได้ผลทางกายภาพจริง เช่น MPS (Mucopolysaccharide polysulphate) และ Allium Cepa ที่สำคัญการรักษาแผลเป็นใช้ระยะเวลาพอสมควร เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่องและก่อนใช้ต้องมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ดูแลแผลเป็นนั้น ไม่ระคายเคืองปลอดภัยกับทุกสภาพผิว

เคล็ดลับต้องจำ

• มี MPS เพื่อช่วยซ่อมสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้เรียงตัวตามธรรมชาติ

• มี Allium Cepa ที่ช่วยยับยั้งการสร้างเนื้อเยื่อส่วนเกินนูน

• ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพด้วยวิธีทางการแพทย์แล้ว

• ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองและแพ้

• เนื้อเจลจะซึมซาบได้เร็วและไม่ทิ้งคราบเหนอะหนะ

เพียงเท่านี้การดูแลรอยแผลเป็นก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป คุณจะกลับมีผิวเรียบเนียน คืนความมั่นใจให้กับผิวได้อีกครั้งครีมทาแผลเป็น.

Write a Reply or Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *