เสริมภูมิคุ้มกัน ระบบภูมิต้านทาน

เสริมภูมิคุ้มกัน ระบบภูมิต้านทาน นับว่าเป็นระบบที่มีกลไกการทำงานที่มีความสลับซับซ้อน หากร่างกายมีระบบภูมิต้านทานที่ดีก็จะสามารถจัดการหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยกำจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพ ตรวจตราดูเซลล์ที่มีการเจริญเติบโตผิดปกติ รวมถึงการรักษาสมดุลของร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน.

เสริมภูมิคุ้มกัน

เสริมภูมิคุ้มกัน ฉะนั้น หากระบบภูมิต้านทานเกิดบกพร่อง โรคภัยต่าง ๆ ก็ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการรักษาระบบภูมิต้านทานให้ดีจึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดำเนินชีวิตในปัจจุบันท่ามกลางสภาพแวดลอมที่เต็มไปด้วยมลพิษและเชื้อโรคต่าง ๆ ซึ่งนอกจากการปรับเปลี่ยนวิธีในการดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง การพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกายเป็นประจำ การบริหารจัดการความเครียดที่เหมาะสม การรับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ล้วนเป็นพื้นฐานในการทำให้ระบบภูมิต้านทานทำงานเป็นปกติเสริมภูมิคุ้มกัน

1.กระตุ้นต่อมธัยมัส (Thymus) ต่อมไร้ท่อที่อยู่หลังกระดูกเต้านมขึ้นไปถึงบริเวณต่อมธัยรอยด์ ต่อมนี้มีบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย นักวิทยาศาสตร์การแพทย์บางแห่งเชื่อว่าเราสามารถกระตุ้นให้ต่อมนี้ขยันทำงานได้โดยให้คุณกำมือขวาหรือมือซ้ายก็ได้ วางห่างประมาณ 5 ซม. จากตำแหน่งธัยมัส คือใต้คอบริเวณกลางหน้าอก ให้คุณเคาะตำแหน่งธัยมัสแรงปานกลาง ประมาณ 5-10 ครั้ง
ข้อห้าม การกระตุ้นต่อมธัยมัสห้ามทำในผู้ที่มีใจสั่นบ่อยๆ หรือ หัวใจเต้นผิดจังหวะเพราะอาจเกิดอันตรายได้เสริมภูมิคุ้มกัน

2.หัวเราะและสุขใจกับความรัก ชีวิตที่มีความสุขย่อมดีต่อสุขภาพเสมอ อย่างเช่น การได้ร่วมรับประทานอาหารกับเพื่อนๆ การมีความรัก มีเซ็กซ์ที่สุขสมและมีงานอดิเรกที่ชอบทำเพื่อความเพลิดเพลิน สิ่งเหล่านี้ช่วยจรรโลงจิตใจให้มีความสุขสดชื่นอยู่เสมอก็จะมีผลต่อระบบประสาทและระบบฮอร์โมน ซึ่งส่งผลดีต่อภูมิต้านทานโรคของร่างกายให้ดีตามไปด้วย แต่หากมีความทุกข์ระทมก็จะเป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย และในทางตรงกันข้าม ภูมิคุ้มกันของเราจะทำหน้าที่ได้ดีเมื่อเรารู้สึกเป็นสุขหรือกำลังมีความรัก นอกจากนี้การหัวเราะยังช่วยเพิ่มอิมมูนโนโกลบูลิน(โปรตีนที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทาน)ในเลือด ดังนั้น คุณจึงควรอ่านหนังสือชวนหัวเราะหรือดูภาพยนตร์ตลกขำขันและแสดงความรักกับคู่รักของคุณบ่อยๆเสริมภูมิคุ้มกัน

3.ออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง การได้เคลื่อนไหวร่างกายจะช่วยให้เซลล์ต้านมะเร็งขยันทำงาน โดยเฉพาะการได้ออกกำลังกายแบบต่อเนื่องอย่างน้อยที่สุด 30 นาที (เช่น เดินเร็ว จ็อกกิ้ง ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ) สัปดาห์ละ 3 วัน แต่ข้อควรระวัง คือ อย่าหักโหมเกินไปเพราะจะก่อความเครียดให้กับร่างกายและให้ผลเสียต่อสุขภาพมากกว่า คุณควรเริ่มออกกำลังกายอย่างช้าๆ ก่อน จากนั้นก็ควรออกกำลังให้ระดับความเร็วของชีพจรอยู่ที่ 170 ลบด้วยอายุ (เช่น 170-อายุ 30 เท่ากับชีพจรเต้น 140 ครั้งต่อนาที)
ข้อควรระวัง ผู้ที่มีโรคหอบหืด โรคกล้ามเนื้อข้อและกระดูก ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ควรปรับระดับความหนักของการออกกำลังกายให้เหมาะกับสภาวะของสุขภาพ ขณะนั้นๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

4.ร้องเพลง นักวิชาการจากเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ชี้ให้เห็นว่าการร้องเพลงแค่ 6 นาทีก็จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นได้ เพราะจากการศึกษาพบว่า คณะร้องเพลงประสานเสียง มีอินมูนโนโกลบูลิน ชนิดเอ ในปริมาณมาก ดังนั้น คุณจึงควรเปล่งเสียงร้องเพลงโปรดของคุณบ่อยๆ

13.ดูแลผิวให้มีสุขภาพดี หากคุณมีผิวแห้งแตกเป็นขุยก็จะเปิดทางให้โรคต่างๆ มาเยือนคุณ ดังนั้น คุณจึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ผิวแห้ง เช่น ไม่ควรใช้สบู่หรือเจลอาบน้ำที่รุนแรงทำร้ายผิว ไม่ควรอาบน้ำหรือแช่น้ำนานเกินควร และควรซักล้างผงซักฟอกให้เกลี้ยง ไม่ให้ติดเนื้อผ้า นอกจากนี้ ถ้าคุณมีผิวแห้ง คุณก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว เช่น น้ำมันมะพร้าวชนิดกลั่นเย็นหรือ น้ำมันมะกอกลูบไล้ผิวหลังอาบน้ำในขณะที่ตัวยังเปียกอยู่ก่อนเช็ดตัวให้แห้ง จากนั้นทาครีมหรือโลชั่นอีกครั้ง

5.สารจำเป็นจากพืชผักผลไม้ สามารถช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดี ภูมิคุ้มกันแข็งแรงได้
และเป็นที่คาดกันว่าพืชผักผลไม้ที่กินได้มีสารต่างๆ เหล่านี้ประมาณ 10,000 ชนิด ซึ่งมีประมาณ 20-30 ชนิด ที่ได้รับการศึกษาค้นคว้ามาแล้ว นอกจากกลิ่นอะโรมาแล้วยังมีสีจากพืชผักที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น คลอโรฟิลล์จากพืชผักสีเขียว แคโรทีนอยด์จากผักผลไม้สีเหลือง ส้ม และสารแอนโทไซยานินจากพืชผักสีน้ำเงิน สีม่วง เช่น องุ่น และกะหล่ำม่วง ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่า การกินผักและผลไม้ให้ผลดีต่อสุขภาพมากที่สุด โดยเฉพาะการกินผักได้ประโยชน์มากกว่าผลไม้ และจากการศึกษาล่าสุดยังพบว่า ผักโดยมากควรทานสดหลังจากล้างสะอาดแล้ว แต่บางชนิดควรผ่านการหุงต้มก่อนจึงจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดี เช่น มะเขือเทศและแครอตเสริมภูมิคุ้มกัน.

Write a Reply or Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *