เพิ่มกล้ามเนื้อ ก้าวแรก และเป็นก้าวสำคัญที่สุด

เพิ่มกล้ามเนื้อ ก้าวแรก และเป็นก้าวสำคัญที่สุด ในการเพาะกายคือ คุณจะต้องมีความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง ว่าการสร้างกล้ามให้ใหญ่โต มโหฬาร นั้น เป็นไปได้ จงลืมเรื่อง โครงสร้างร่างกาย หรือขนาดกระดูก ของคุณไปซะ สร้างเป้าหมายของคุณ และจงฝึก ให้หนักที่สุด เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น เพิ่มกล้ามเนื้อ จงจำเอาไว้ว่า จิตใจย่อมมาก่อนร่างกาย ถ้าคุณมีความเคลือบแคลง ถ้าคุณไม่เชื่ออย่างแท้จริง ว่ากล้ามคุณ จะใหญ่โตได้ คุณจะไม่มีทาง ประสบความสำเร็จ จงอย่าสร้างขีดจำกัด ให้ตัวเอง เพิ่มกล้ามเนื้อ.

เพิ่มกล้ามเนื้อ

เพิ่มกล้ามเนื้อ ออกกำลังแบบพื้นๆ

ก้าวต่อไปคือ การฝึกให้หนัก สิ่งที่ต้องเอาใจใส่ คือ ใช้ท่าออกกำลังแบบพื้นๆ บนหลักของ การใช้น้ำหนักมาก ด้วยการเคลื่อนไหว แบบธรรมดา จงใช้บาร์เบลล์ และดัมเบลล์ แทนที่จะเป็น เครื่องกล หรือสายเคเบิล ออกกำลังกล้ามเนื้อ ในร่างกาย ให้ครบทุกส่วน ขอทบทวนคำพูดเดิม “ความใหญ่โต มาพร้อมกับความแข็งแกร่ง” ไม่มีอะไรที่ใหญ่ได้ โดยปราศจาก ความแข็งแกร่ง อย่าให้ คำพูดคนอื่น ทำให้คุณ ไขว้เขว ไปจากคำนี้

หลักสากลของการสร้างกล้ามให้เติบโต อยู่บนพื้นฐานที่ว่า ไม่ว่าท่าที่คุณกำลังใช้ออกกำลังอยู่นั้น เป็นท่าไหน ต้องใช้น้ำหนัก ให้มาก และ จำนวนครั้ง ให้น้อยเข้าไว้ ในแต่ละท่า ต้องเริ่มที่ การวอร์มร่างกาย 1 เซท เป็นจำนวน 15 ครั้ง ก่อน จากนั้น จึงฝึก ด้วยน้ำหนักจริง 5 เซทขึ้นไป ไม่ว่าจะฝึกท่าอะไร ให้เพิ่มน้ำหนัก ทุกๆเซท ลดจำนวนครั้งลง จนกระทั่ง ในสองเซทสุดท้าย เหลือเซทละ 6 ครั้ง และในแต่ละเซท ให้ฝึกจนทำต่อไปไม่ได้อีกแล้ว จึงหยุดพัก ใช้แผ่นน้ำหนัก เท่าที่คุณทำจนหมดแรงพอดี ในเซทนั้นๆเพิ่มกล้ามเนื้อ

แต่ถ้าคุณผ่านขั้นเริ่มต้น และขั้นระดับกลาง มาได้ระยะหนึ่งแล้ว (อธิบาย – ขั้นเริ่มต้น หมายถึง ฝึกตั้งแต่เริ่ม ถึง 1 ปีเป็นอย่างต่ำ ,ขั้นกลาง คือฝึกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 3 – 4 ปีขึ้นไป จึงจะถือ เป็นขั้นสูงสุด ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องเป็นการฝึกแบบต่อเนื่อง หากหยุดไปเกินกว่า 1 ปี ไม่ว่าคุณอยู่ขั้นไหน ก็ต้องลดลงไป 1 ขั้น) และเกิดภาวะ การเติบโตชงักงัน มันมีหลายวิธี ที่จะแก้ไข วิธีหนึ่งที่ดี และผมแนะนำให้ใช้ คือ ท่าออกกำลังของ นักยกน้ำหนัก (weightlifting) ไม่ว่าจะเป็น ท่า deadlift ,ท่า power clean ,ท่า snatch ,ท่า squat แบบลงไปครึ่งหนึ่ง (half squat) แต่จงจำไว้ว่า เมื่อคุณฝึกท่าเหล่านี้ เพื่อความปลอดภัย จะต้องมีผู้ช่วย คอยดูแลอยู่ข้างหลัง อย่างน้อย 1 คน ผลของมันเห็นได้ชัด ดูได้จากนักเพาะกาย ที่มีพื้นฐาน มาจากนักยกน้ำหนัก อย่างเช่น ฟรังโก โคลัมบู ที่มีมัดกล้าม หนาและลึก อย่างที่ นักเพาะกาย ธรรมดา มิอาจมีได้

การฝึกแบบเร่าร้อน (Intensity)
คำนี้ คุณจะพบบ่อยมาก ตลอดเวลาที่อยู่ในวงการเพาะกาย และมันทำให้นักเพาะกายเริ่มต้น ที่มีไฟแรง ต้องไขว้เขวบ่อยๆ เพราะสิ่งที่เขาต้องการ คือให้กล้ามโตขึ้น แบบทันใจ และคำตอบจากผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้ว ก็คือ ใช้การฝึกแบบเร่าร้อน (intensity) หมายถึง ฝึกให้หนัก ในระยะเวลาอันสั้น ไม่เกิน 40 นาที แต่ถ้าคุณ เป็นนักเพาะกายเริ่มต้น ผมขอแนะนำ ในสิ่งที่ตรงกันข้าม นั่นคือ ขอให้คุณ ใช้เวลาฝึกในแต่ละครั้ง ไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที ฝึกในสิ่งที่คุณ สามารถทำได้ใน 1 ชั่วโมง ด้วยวิธีนี้ คุณก็จะ ไม่กังวล เรื่องการพักระหว่างเซท เพราะคุณพักได้เต็มที่ เป็นผลให้เพิ่มความแข็งแกร่ง ในเซทที่คุณจะฝึกต่อไป แทนที่จะทำตัวให้เหนื่อย เหมือนนักวิ่งมาราธอน ด้วยการพักน้อยๆ ระหว่างเซท ซึ่งจะทำให้คุณ ล้าเกินไปที่จะยกน้ำหนักมากๆได้

นักเพาะกายหน้าใหม่ มักได้รับแนวคิดเรื่องการยกน้ำหนัก ผิดไปจาก ที่มันควรจะเป็น พวกเขามักจะ ใช้เทคนิคที่แย่ๆ ส่งผลไปถึง การชะงักงัน และบาดเจ็บกล้ามเนื้อ นิยามของการยกน้ำหนัก ไม่มีอะไรมากไปกว่า ทำให้กล้ามเนื้อคุณ ทำงานอย่างหนัก จนคุณ รู้สึกตัวได้ เมื่อจบการออกกำลัง ในวันนั้นๆเพิ่มกล้ามเนื้อ.

 

Write a Reply or Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *